[SF] Sense and feel (ChanSu)

posted on 24 Oct 2011 20:44 by tictoc13 in SF-2PM

Title : Sense and feel

Pairing : ChanSu

Author : tictoc13

Rating : NC-17

Author note : เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงสิ่งที่สมมุติขึ้นมา

 

 

 

Longing 

 

 

ความปรารถนา

ถูกเติมเต็ม เอ่อล้น และว่างเปล่า

 

 

 

                ผมมองความปรารถนาวิ่งวนในอากาศ  รอบข้างของผมมีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่นานๆจะแล่นผ่านมาสักคันหนึ่งในยามดึกดื่นค่อนคืนเช่นนี้ แม้ผมจะอยู่ในมหานครที่ไม่เคยหลับใหล ทว่าย่านที่พักอาศัยของผมนั้นกลับซ่อนเร้นความวุ่นวายได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

                แก้วคอนยัคว่างเปล่า ผมเพิ่งกระดกมันลงคอไปก่อนหน้านี้ รสชาติคุ้นเคยเหมือนลมหายใจ ผมใช้ชีวิตอยู่กับเหล้า บุหรี่ และอาหารขยะแทบทุกวัน

 

                สามปีก่อนผมคือทายาทของนักธุรกิจแนวหน้าของวงการอุตสาหกรรมส่งออก แต่แล้วความตายได้พรากพ่อแม่ของผมไปตลอดกาล ความตายยัดเยียดความอ้างว้างให้ผมโดยที่ผมไม่รู้ตัว

 

                ผมเลิกเรียน กลับมาถึงบ้าน แล้วพบว่าตนเองได้นับมรดกจำนวนหลายหมื่นล้าน

 

                ..มรดกที่มาพร้อมร้างไร้วิญญาณของคนสองคน..

 

                ผมขายหุ้นให้หุ้นส่วนคนหนึ่งของพ่อ เงินที่ได้จากการขายหุ้นนั้นมากพอที่จะให้ผมใช้สุรุ่ยสุร่ายไปตลอดชีวิต ทว่าผมกลับใช้เงินวันละไม่ถึงยี่สิบเหรียญ

 

                ผมเดินทอดยาวไปตามถนนสายเงียบเหงาของนิวยอร์คพร้อมขวดเหล้าในมือทุกคืนก่อนจะกลับมานั่งหมดอาลัยตายอยากที่ห้องพัก ประทังชีวิตด้วยเบอร์เกอร์ชิ้นเดียว

 

                ผมไม่ได้ส่องกระจกมานานมากแล้ว..

 

                               

                ผมชื่นชอบความเงียบสงัดยามราตรี  ผมปล่อยความปรารถนาให้ล่องลอยไปกับหมู่ดาว แสงจันทร์ช่วยสาดส่องความปรารถนาในยามค่ำคืน แสงอาทิตย์ช่วยส่องสว่างความปรารถนาในยามกลางวัน ความปรารถนาเคลื่อนตัวดั่งหมู่เมฆ ลอยไปไกลแสนไกล

 

                ความปรารถนาไม่เคยกลับมาหาผมเลยสักครั้ง

 

                ห้องเช่าที่ผมเช่าอยู่เป็นห้องเช่าแบบรายเดือน ผู้คนมากหน้าหลายตาใช้รูหนูไฮโซนี้เป็นที่ซุกหัวนอน ผมได้พบกับคนหลายรูปแบบ ตาแก่สามห้องถัดไปชอบสีไวโอลินเสียงดังสนั่นจนกระทั่งคนห้องตรงข้ามเอาขวานจามประตูห้องจึงเลิกไป ผมแอบเสียดายที่ไม่ได้ยินเสียงแสบแก้วหูแสนอุบาทว์นั้นอีก

 

                ผมนั่งพิงผนังห้องรับแขกเหมือนทุกวัน แม้จะมีห้องนอนเป็นส่วนตัวแต่น้อยครั้งนักที่ผมจะขึ้นไปนอนบนเตียงอันอ่อนนุ่ม ผมมักใช้พรมพื้นแข็งเป็นที่รองนอน บางครั้งผมหลับทั้งที่นั่งพิงผนังอยู่ด้วยซ้ำไป

 

                พิงหัวกับวอลเปเปอร์สีเทาอ่อน ฟังความเงียบที่รายล้อมรอบกายอย่างอึกทึก ความเงียบ..เงียบงันจนได้ยินชัดเจน ความเงียบแทรกซึมในมวลอากาศ ผมสูดหายใจเอาความเงียบเข้าไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

                ผมไม่รู้ว่าเมื่อไรความปรารถนาจะกลับมาหาผมและความเงียบจะจากผมไป

 

                จนกระทั่งวันหนึ่งผมได้ยินเสียงเปียโน..

 

                อย่างที่ผมบอก ห้องพักโกโรโกโสนี่เก่ามากจนเสียงจากห้องข้างๆดังมาถึงห้องผมได้ถ้าเสียงนั้นดังมากพอ ผนังห้องบางแสนบางจนผมคิดว่ามันอาจจะพังได้ถ้าผมถีบมันแรงๆสักทีสองที

 

                เสียงเปียโนบรรเลงขับกล่อม ตวาดไล่ความเงียบจนแตกกระเจิง ความเงียบร้องเรียกหาผม ทว่าผมกลับเมินเฉย ผมเมินเฉยต่อเพื่อนที่อยู่ร่วมกันมาสามปีเมื่อได้พบสิ่งใหม่

 

                เสียงเปียโนฟาดฟันความเงียบเลือนหาย แล้วกล่อมจิตใจผมด้วยบทเพลง

 

                หนึ่งคืน..สองคืน..สามคืน... เสียงเพลงส่งผมเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างมีความสุข

 

                ผมหลงรักเสียงเพลงนั้น

 

                ความปรารถนาล่องลอยตามบทเพลงจนกลับมาพบกับผม ผมกักขังความปรารถนาไว้ในจิตใจ ความปรารถนาเองก็ไม่ดิ้นรนที่จะจากผมไปไหน

 

                ผมกอดความปรารถนาพลางหลับตา บทเพลงลูบหัวผม จูบหน้าผาก จูบขมับ จูบแก้ม

 

                "ชานซอง.."

 

                บทเพลงเรียกผมจากที่ใดที่หนึ่ง

 

                ผมดีใจที่บทเพลงรู้ชื่อของผม แต่เมื่อผมลืมตาขึ้นบทเพลงกลับล่องหนและไม่เคยเรียกชื่อผมอีกเลย

 

                ทุกครั้งที่บทเพลงมาเยี่ยมเยือนผมจะหลับตาเพื่อให้บทเพลงเรียกชื่อของผมอีกครั้ง ผมคิดถึงสัมผัสอบอุ่นของบทเพลง สัมผัสคล้ายอ้อมกอดของแม่ที่ผมโหยหา ความปรารถนาหัวเราะร่ายามได้ยินบทเพลง

 

                ผมหลงรักบทเพลง..และเจ้าของเสียงเพลง

 

                ผมส่องกระจกเป็นครั้งแรกหลังจากไม่ได้มองเห็นตนเองมานานแสนนาน

 

 

                ผมเฝ้ารอช่วงเวลาแห่งบทเพลง เสียงหวานกล่อมเกลาอารมณ์ผมให้สงบนิ่งเหมือนสุนัขที่ฝึกจนเชื่อง ความปรารถนาลิงโลดอยู่รอบกาย กระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข ความเงียบงัน ความเปล่าเปลี่ยว ความเดียวดายถูกบทเพลงขับไล่ไปจนสิ้น

 

                ผมมั่นใจว่าผมใช้ชีวิตร่วมกับบทเพลงมานานมากพอ

 

                ...เจ้าของเสียงเพลงเป็นของผม..

 

 

                ผมปฏิวัติตนเองเสียใหม่ ผมตัดสินใจตัดผม โกนหนวดเครา บำรุงผิวหน้าให้กลับคืนสภาพเดิม ทานอาหารมีประโยชน์มากขึ้น ดื่มเหล้าและสูบบุหรี่น้อยลง

 

                หัวใจของผมเต้นรัวเมื่อคิดว่าสักวันหนึ่งผมจะนำพาความปรารถนาไปพบกับเจ้าของเสียงเพลง

 

                ผมกับเขาอยู่ห่างกันเพียงแค่ผนังบางๆกั้นเอาไว้

 

                เขาบรรเลงบทเพลงด้วยเปียโนส่งความสุขผ่านซีเมนต์มาให้ผมทุกวัน ผมกอดเสียงเพลงของเขาไว้อย่างเป็นสุข ความปรารถนาเองก็พลอยมีความสุขไปด้วย

 

                ผมเริ่มออกไปสูดอากาศยามเช้า เดินทอดน่องไปตามถนนรับไออุ่นจากแสงแดด มองผู้คนเร่งรีบไปทำงาน มองรถราคับคั่งแห่งมหานคร มองร้านรวงที่เริ่มเปิดทำการ

 

                กลิ่นอาหารหอมกรุ่นจนผมอดใจไม่ได้ต้องเดินเข้าร้านไปทานอาหารเช้าร่ำไป

 

                ผมกลับมาถึงห้องในตอนเย็นพร้อมขนมเต็มสองมือ ผมจะนั่งทานขนมพร้อมบทเพลง ความปรารถนาก็จะร่วมดื่มด่ำความสุขกับพวกเราด้วย

 

                ผมสุขล้น..ความปรารถนาของผมได้รับการเติมเต็มในที่สุด

 

 

 

                แต่แล้ววันหนึ่ง

 

 

 

                บทเพลงก็ทิ่มแทงหอกดาบใส่ความปรารถนาของผมจนแทบวางวาย

 

 



 

                "คุณ.."

 

                บทเพลงกลายเป็นเสียงเรียกชื่อใครสักคน เสียงหวานนั้นแทนที่จะร้องเพลงเฉกเช่นทุกวันกลับทำเสียงละห้อยหา ผมปวดหนึบไปทั้งหัวใจ

 

                "จุนซู.."

 

                เสียงที่ผมไม่รู้จักตอบกลับมา  'จุนซู' คือชื่อเจ้าของบทเพลงของผมใช่ไหม แล้ว 'คุณ' เป็นชื่อของใคร ทำไมมาอยู่ในห้องของเสียงเพลงของผม ทำไมเจ้าของเสียงเพลงที่ผมรักถึงต้องเรียกชื่อเขาด้วย

 

                "กอดฉันได้ไหมคุณ กอดฉัน.."

 

                ผมแทบเอาหัวโขกผนังพังทลายเมื่อได้ยินเสียงหวานเอื้อนเอ่ย 'จุนซูของผม' ขอให้ 'คุณ' กอดเขาอย่างนั้นหรือ?

 

                "ไม่ได้หรอกจุนซู ฉันมีแทคยอนอยู่แล้ว ฉันกำลังจะแต่งงาน"

 

                'คุณ' ปฏิเสธกลับมา ถึงแม้ผมจะไม่รู้จักหน้าค่าตา แต่ 'คุณ' ช่างเป็นคนดี

 

                "แค่ครั้งเดียวเท่านั้น คุณ แค่ครั้งเดียว ฉันสัญญา"

 

                'คุณ' เป็นคนดี แต่ 'จุนซู' ของผมกลับกลายเป็นคนแพศยา

 

                ผมกำหมัดแน่น นั่งฟังเสียงครางครวญเปี่ยมด้วยความสุขสมที่เล็ดลอดผ่านผนัง ผมกัดปากตนเองจนเลือดออก เล็บจิกเข้าในฝ่ามือจนเลือดซึมออกมา ผมกระแทกหัวใส่ผนังซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่จุนซูก็ยังไม่หยุดส่งเสียงเสียที

 

                จุนซูทรยศผม เขาอยู่ในอ้อมกอดของคนอื่นที่ไม่ใช่ผม

 

                ผมกรีดร้อง..ความปรารถนาสะอื้นไห้

 

                น้ำตาไหลอาบแก้ม ความปรารถนาเขย่าตัวผมอย่างบ้าคลั่ง ความปรารถนากรีดร้องใส่หน้าผม ตอกย้ำตราตรึงว่า 'จุนซู' ไม่ใช่ของผมอีกต่อไปแล้ว

 

                ไม่มีบทเพลงของผม..ไม่มีเสียงเพลง

 

                ..คนทรยศจะต้องได้รับการตอบแทนอย่างสาสม..

 

 

                 

                ผมรอจนกระทั่งเสียงครวญครางจางหายไป ความปรารถนาหยุดตะโกนใส่ผมแล้ว ผมเช็ดน้ำตา คว้าข้าวของบางอย่างถือติดมือแล้วเปิดประตูออกจากห้องไป

 

                สบตากับกล้องวงจรปิดตรงทางเดิน กล้องจะบันทึกไว้ว่าผมเดินเข้าไปในห้องของจุนซู

 

                ผมจะกลับออกมาอีกครั้งพร้อมด้วยความปรารถนาที่โศกเศร้า

 

                ผมมองแผ่นหลังของใครคนหนึ่งที่เดินตรงไปยังลิฟต์ เจ้าของแผ่นหลังนั้นต้องเป็น 'คุณ' ไม่ผิดแน่ ชายหนุ่มร่างสมส่วน ผมสีน้ำตาลเกือบดำ ท่าเดินแม้จะมองจากด้านหลังยังสง่างาม

 

                นี่ใช่ไหม..เหตุผลที่จุนซูลืมบทเพลงของผมและมอบเสียงหวานนั้นให้ 'คุณ' ไปแทน

 

                ผมลองบิดลูกบิดประตู..มันไม่ได้ล็อก นับว่าเป็นโชคดีของผมอย่างยิ่ง ผมเดินผ่านห้องรับแขกที่ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนและวอลเปเปอร์สีฟ้าเย็นตาไปยังส่วนเชื่อมกับห้องครัว

 

                กรอบประตูบังร่างผมไว้ ทว่าผมกลับเห็นจุนซูชัดถนัดตา

 

                จุนซูนั่งทอดอาลัยอยู่หน้าแกรนด์เปียโน นัยน์ตาไร้ความรู้สึก ทอดมองผ่านไปไกลแสนไกล จุนซูนั่งหันหลังให้ผนังที่ผมเฝ้าพิงฟังเสียงของจุนซูทุกคืน

 

                ความปรารถนาเร่งเร้าผม กระซิบข้างหูบอกให้ผมรีบจัดการเสียที

 

                ผมก้าวเข้าไปในห้องนั้น จุนซูมองผมด้วยสายตาตื่นตระหนก ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกนับจากนั้น ผมคงหูหนวกไปแล้ว รอบข้างเงียบสนิท

 

                จุนซูตัวเล็กกว่าผมมาก ไม่สามารถต้านแรงของผมได้เลย ผมมัดมือจุนซูด้วยเสื้อที่เจออยู่แถวนั้น ผลักร่างของจุนซูล้มทับเปียโน จุนซูกรีดร้อง ผมต่อยเขาจนตัวงอ

 

                ความปรารถนาพาเพื่อนชื่อโทสะมาพบผม โทสะชื่นชมในสิ่งที่ผมกำลังทำ ผมกระชากเสื้อและกางเกงของจุนซูออก ริมฝีปากบางขยับคล้ายพูดอะไรบางอย่าง ทว่าโทสะกลับยื่นมือมาปิดหูของผมไว้จนผมไม่ได้ยิน

 

                   ผมเกลียดเสียงของจุนซู ผมเกลียดบทเพลง

 

                ผมแทรกร่างกายผ่านเข้าไปในกายของจุนซู ผมไม่ใช่คนแรก.. หลักฐานการมีอยู่ของ 'คุณ' กระจายไปทั่วร่างกายของจุนซู ความปรารถนาสั่นระริก ร่ำไห้จนตัวโยน โทสะผลักดันให้ผมทำต่อไป

 

                จุนซูกรีดร้องอีกครั้ง คราวนี้ผมใช้เสื้ออุดปากเอาไว้ จุนซูไม่มีสิทธิ์ส่งเสียงใดๆทั้งสิ้นต่อหน้าผม และจะไม่มีวันได้ส่งเสียงอีกตลอดไป

 

                โลหิตไหลรินจากส่วนที่ผมกำลังรุกรานอยู่ มือของผมล็อกสะโพกเอาไว้ไม่ให้จุนซูขยับหนี น้ำตาของจุนซูไหลอาบแก้ม ผมอยากให้จุนซูเห็นนักว่าน้ำตาของผมเองก็ไหลไม่แพ้กันเมื่อผมได้สัมผัสถึงความทรยศของจุนซู

 

                โทสะก้าวห่างออกจากผมเมื่อทุกอย่างดำเนินไปถึงจุดสิ้นสุด ผมปล่อยร่างของจุนซูลงไปนอนหายใจรวยรินที่พื้น ผมมองภาพนั้นด้วยสายตาเย็นชา ความปรารถนาของผมด้อมๆมองๆจุนซูพลางเดินวนไปรอบๆ

 

                ผมมองเปียโนที่เคยขับกล่อม แล้วตัดสินใจพรากเสียงก้องกังวานของมันด้วยมือของผมเอง จุนซูตะกายมาหาผมทั้งที่มือยังถูกมัด วิงวอนให้ผมล้มเลิกความตั้งใจ

 

                ผมสะบัดขาเต็มแรงจนจุนซูกระเด็นห่าง สายเปียโนขาดสะบั้นด้วยเครื่องมือที่ผมใช้

 

                นับแต่วันนี้..จะไม่มีบทเพลงและเสียงเพลงอีกต่อไป

 

                ผมทิ้งเครื่องมือลงพื้น กระชากร่างของจุนซูกลับไปที่หน้าเปียโน จุนซูสะอื้นแทบหยุดพักไม่หายใจ ผมกอบกุมมือรอบคอของจุนซู ผลักจุนซูให้ก้มหน้าแนบเปียโนสุดที่รักของเขา ออกแรงบีบมือมากขึ้น

 

                ร่างของจุนซูกระตุกหลายครั้งก่อนจะแน่นิ่งไป

 

                ผมปล่อยให้จุนซูนอนหลับทับเปียโนไว้อย่างนั้นแล้วเดินออกจากห้องไป สบตากับกล้องวงจรปิดอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าห้องของตนเอง

 

                เชือกที่ผมเตรียมไว้เสมอวางอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ในครัว ผมหยิบมันขึ้นมาดู มันเป็นเชือกป่านผูกปมอย่างดี ผมมั่นใจว่ามันจะไม่ขาดเมื่อผมใช้มัน

 

                ผมผูกปลายเชือกข้างหนึ่งไว้กับเสาของเคาน์เตอร์บาร์ ขอบคุณร้านเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ไม้แข็งแรงทนทานไม่หลุดออกมาง่ายๆ

 

                ผมทิ้งน้ำหนักลงบนพื้นเหมือนตอนทิ้งร่างของจุนซูลงบนเปียโน เชือกป่านรัดคอผมแน่นขึ้น ผมได้ยินเสียงกระดูกคอของผมหัก โทสะกลับบ้านไปนานแล้วเหลือเพียงความปรารถนาที่เฝ้ามองผมอยู่

 

                ความปรารถนาโบกมือลา..ก่อนที่ผมจะดับวูบไป

 

               

 

 

                ผมรู้สึกตัวอีกครั้ง รอบกายเงียบสนิท ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องว่างเปล่า ประตูห้องถูกปิดตาย ผมพยายามออกไปนอกห้องแต่ก็ถูกผลักจนกระเด็นกลับเข้ามาในห้องตามเดิม

 

                ร่างกายของผมรางเลือน ไม่โปร่งแสง..แต่ก็ไม่หนาทึบ

 

                ผมล่องลอยเป็นเพื่อนความปรารถนา เราสองมองหมู่เมฆเคลื่อนตัวหยอกเย้าดวงดาว แสงจันทร์สีเหลืองนวล ผมอดนึกถึงจุนซูไม่ได้ จุนซูจะเป็นอย่างไรนะ ยังอยู่อีกฝั่งของผนังนี้หรือเปล่า

 

                ผมพิงหลังกับผนังตรงตำแหน่งเดิมที่เคยพิงทุกค่ำคืน

 

                บทเพลงไม่เคยบรรเลงขึ้นอีกเลย

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 END.

Comment

Comment:

Tweet

แดบักค่ะ...ชานโรคจิตสุดๆ
เป็นฟิคเรต NC ที่ไม่ได้ให้อารามณ์ในเรื่องอย่างว่าเลยสักนิด
ให้เราหลอนชานมากกว่าอีก
ชานซองยังต้องอยู่คนเดียวเพราะฆ่าตัวตายเองสินะคะ
สงสารแต่จุนซู ไม่ไดู้้รู้เรื่องอะไรกับชานเลย

#10 By KhuChaniKan (58.11.121.236) on 2013-08-28 00:00

พูดจริงๆ ว่าล็อกอินเข้ามาเม้นต์ให้เลยคะ T_______T เป็นฟิคที่ชอบมากกกกกกกกกก อาร์ต จิต อ้างว้าง โดดเดี่ยว น้อยคนมากคะที่จะแต่งอย่างนี้ ภาษาสวยสุดซึ้งเลยคะไรท์ อ่านแล้วแบบ...... มันกินใจอะ TT ชอบคะ ชอบมากกกกกกกก

#9 By Mary Jane ' on 2013-02-09 16:07

ไรเตอร์ คุณไม่ใช่คนธรรมดา
เราอินมาากกกก เสมือนอ่านวรรณกรรมแปลเลย
แอบสเตร็กสุด good job!!big smile

#8 By nayana on 2012-08-15 14:53

นี่ขิงไม่อาร์ตพอหรือย่างไร5555555555555

สุดท้ายสองคนนี้ตายหรือค๊ะ์? แง้!!!

#7 By Junking ณ บ่ายสอง on 2011-11-06 20:46

นี่ขิงไม่อาร์ตพอหรือย่างไร5555555555555

สุดท้ายสองคนนี้ตายหรือค๊ะ์? แง้!!!

#6 By Junking ณ บ่ายสอง on 2011-11-06 20:45

เป็นเพราะอ้างว้างตั้งแต่เด็กหรือเปล่า
จึงทำให้น้องชานเป็นแบบนี้

จิตมากๆ สุดยอดอะไรท์เตอร์

#5 By LoveLove_CS (115.87.28.12) on 2011-11-05 17:21

อะไรกันเนีย ทำไมจิตใจถึงได้อ่อนแอขนาดนี้
หดหู่จังเลยอ่ะ อินจัด ไรเตอร์แต่งเก่งมากเลยจ้า

#4 By navie (125.25.27.44) on 2011-11-03 19:35

-[ ]-

ตกใจเบาเบา

สรุปคือ ชานข่มขืนซูก๋าแล้วก็ทิ้งซูก๋าไว้แล้วก็กลับมาผูกคอตาย ?

อ่านแล้วเศร้าเบาเบา กระซิกๆ yy

#3 By ืnoname (192.168.1.111, 124.121.9.205) on 2011-11-01 11:56

ชานแกทำอะไรซู

เป็นฟิคที่อาร์ตมาก

คารวะคนแต่ง สุดยอดค่ะ

#2 By 2PandaPM on 2011-10-25 15:10

อะไรอ้ะ? ทำไมอ่านแล้วรู้สึกงงๆแต่ก็รู้สึกหลอนๆแบบจิตๆชอบกล? แปะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อันนี้เป็นเสียงปรบมือชื่นชมนะ ^^เก่งจังเขียนได้หลากหลายแนวมากๆ

#1 By คนบ้า y on 2011-10-25 10:53